วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553
"บิ๊กจิ๋ว"ย้อนศร คมช.-รัฐบาล เตือนระวังไม่มีแผ่นดินอยู่
หมายเหตุ: เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 มกราคม 2550 ที่บ้านพักซอยปิ่นประภาคม พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดใจถึงกรณีที่มีข่าวว่าเข้าไปพัวพันเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดใน พื้นที่ กทม. เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้
-สาเหตุที่ถูกนำไปเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ระเบิดในวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา รู้สึกอย่างไรบ้าง
ไม่ทราบว่าไปเชื่อมโยงกันได้อย่างไร จึงไม่มีความรู้สึกอะไรทั้งนั้น เป็นแต่เพียงว่าเป็นลักษณะประจำอยู่แล้ว ปกติจะเป็นอย่างนี้ เมื่อหาอะไรไม่ได้ก็จะต้องมีเหตุ ไม่อย่างนั้นทุกอย่างก็จะต้องมาลงที่ตัวใช่มั้ย ดังนั้นจะต้องหาเหตุว่าคนโน้นบ้าง คนนี้บ้าง ก็จะเป็นลักษณะอย่างนี้เป็นการประจำ โดยเฉพาะพวกมือใหม่ เขาเรียกว่าพวกมือใหม่ ไม่ค่อยมีประสบการณ์ และไม่ค่อยเข้าใจต่อปัญหาต่าง ๆ ก็จะเป็นอย่างนี้ โดยหาไปเรื่อยว่าคนโน้นเป็น คนนี้มั้ง คนนั้นมั้งก็ว่ากันไป
-มองหรือไม่ว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่ทำให้ต้องเชื่อมโยงมาถึงตัวท่าน
ก็ไม่ทราบ มันก็เป็นมาตั้งแต่โน้นแล้ว อย่าไปโทษเขาเลย คมช. หรือ รัฐบาล คุณสุรยุทธ์ (พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ) มันทีหลังนะ โน้นมันเชื่อมโยงมา ตั้งแต่ปราบคอมมิวนิตส์ จนมาถึงรุ่นหลัง ๆ ก็ได้ สมัยท่านทักษิณ(พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) ก็เหมือนกัน ท่านทักษิณก็ยังบอกตรง ๆ เช่นกรณีที่เรารับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ และ ท่านทักษิณก็เอาผมออกจากตำแหน่งหน้าที่นี้ แต่ท่านก็บอกตรง ๆ ว่าเป็นเพราะว่า มีคนบอกว่าพี่จิ๋วฝักใฝ่มุสลิม เราก็เตือนแกแล้วบอกว่าระวังนะจะเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งตนก็เจอเรื่องแบบนี้มาตลอด มายุคนี้ก็เจออีก ก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุอะไรเขาจึงคิดอย่างนั้น
"เขา จะต้องบอกมาซิ อย่างเช่น เขาบอกว่าเราอยู่เบื้องหลัง อะไรคือสิ่งบอกเหตุ ต้องพูดมา ถ้าไม่พูดเราก็ไม่รู้ จะไปว่าเราเป็นคนไปทำให้เขาเดือดร้อน เดือดร้อนอะไร เช่นไปว่าเขาว่า เป็นทหารไปอยู่รัฐวิสาหกิจทำไมอย่างนี้ก็ผิด ผมบอกหลายทีแล้วว่าให้ไปฟังเทปดู หรือไปถามคนที่รู้เรื่องไปจับข่าวอะไรก็ไม่รู้มาพูดจา หรือไปว่าเขาเรื่องโบกี้รถไฟเหมือนกัน จะต้องไปหาคนที่รู้เรื่อง ไปถามคนไม่รู้เรื่องก็อย่างนี้ หรืออยู่ดี ๆ ก็มาบอกว่าโกรธ เนื่องจากว่าตัวเองไม่มาอวยพร ก็รู้อยู่แล้วว่า เราไม่เคยให้ใครมาอวยพร เคยสั่ง เคยบอกทุกครั้ง มีอำนาจทุกครั้งก็บอกว่าเอ็งไม่ต้องมากันนะ เอาแต่การ์ดมาใบเดียวก็พูดกันมาตลอด ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมไม่รู้เรื่อง"
-จำเป็นต้องทำความเข้าใจกันระหว่าง คมช.และ รัฐบาล หรือไม่
ก็ ยังไม่รู้ว่าเขาคิดกับเราอย่างไร อย่างเช่นบอกว่า เราอยู่เบื้องหลังใครพูดมาซิ อยากให้มาหาหน่อย เอาหมายมาด้วยก็ดี จะได้มาจับกัน จะได้ว่ากันไปเลย เอากระบวนการทางศาลมาเลยก็แล้วกัน เราทำงานอะไรมาตั้งแต่สมัยไหน ตั้งแต่สมัยพวกนี้ยังไม่อย่านมแม่เลย เรารับผิดชอบแผ่นดินมา และทำมาจนถึงปานนี้แล้ว ศักดิ์ศรีก็มี ถึงแค่นี้แล้ว คนได้รับเหรียญรามา ถวายสัตย์ปฏิญาณดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยากับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโบสถ์ วัดพระแก้ว มีใครบ้างที่จะได้รับอย่างนี้มากกี่คน น้อยคนก็รู้กันอยู่ แล้วทำได้อย่างไร เขาผ่านงานมาตั้งเยอะแย่ แสดงถึงความอ่อนด้อยในการปกครอง ความไร้ประสิทธิภาพในการปกครอง การไร้ซึ่งประสบการณ์ในการดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นทหารทำไมในเมื่อไม่รู้ว่างานการข่าวเป็นเรื่องที่มี ความสำคัญ ทำไมข่าวเก่งนักล่ะ โอ๋แป๊ปเดียวรู้แล้วว่าใครอยู่ข้างหลัง ทำไมไม่จับแม่งให้หมดเสียล่ะจะปล่อยไว้ทำไม
-มองว่าเป็นการด่วนสรุปแล้วเกินไปหรือไม่ เมื่อรัฐบาล และ คมช. ว่าเป็นผู้สูญเสียผลประโยชน์ทางการเมืองเป็นคนก่อเหตุระเบิด
มันก็อย่างนี้ตลอดเวลา ก็บอกแล้วว่า ชอบทำแบบนี้ กลัวว่าเขาจะว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่รู้ "สพรั่ง"บอกว่า มีอะไรเกิดขึ้นรู้หมด รู้มาแล้วเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ใช้ไม่ได้สักรายเลย ก็แสดงว่าตัวเองไม่เห็นความสำคัญ หรือไม่เข้าใจในเรื่องงานข่าวกรอง ซึ่งไม่ใช่ข่าวเละเทะอย่างทุกวันนี้ มันจะต้องเป็นข่าวที่ลึก คุณทักษิณ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร)ก็เชื่อข่าวอย่างนี้มาทีหนึ่งแล้ว ก็มีปัญหา มาครั้งนี้ก็ซ้ำรอยอีกแหล่ะมันเป็นแบบนี้ ฉะนั้นใครขึ้นมาเป็นใหญ่ ใครเป็นศัตรูกับตัวก็ยันไปเลยนะ
-ทางรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อไปในช่วงนี้
มัน ล้าหลังไปหมดแล้ว มันฉุดไม่ไหวแล้วแย่ ต่างชาติเขาว่ากันอย่างไรรู้มั้ย ต่างชาติเขาบอกว่า มันทำกันเอง นี่เขาพูดนะ ไอ้เราก็โกรธ และยังนึกเลยว่าไปโกรธแทนเขาทำไมนี่ รู้อย่างนี้อัดซ้ำเข้าไปอีก แต่ก็โกรธมันก็เพราะเป็นน้องเรา เห็นแก่กองทัพ กองทัพของเรา เขาว่านะ ก็บอกให้ไปบอกด้วยว่า เขารู้กันแล้วว่าใครเป็นคนทำเพราะมันมีเทปอยู่ไปขอเทปเขาดูซิ ถ้ายังไม่รู้ว่าที่ไหนมีเทปก็บ้าแล้ว ปกครองบ้านเมืองกันแบบนี้
-เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ประเทศไทยตกเป็นเป้าในการสร้างสถานการณ์เช่นนี้อีก
ไม่ได้ตกเป็นเป้าใครหรอก ทำกันเอง ตัวเองทำกันเอง คนในประเทศไทยทั้งนั้น คนไทยทำกันเอง ใครจะมาทำเราได้ เมื่อถามว่า น่าจะมีความขัดแย้ง หรือไม่พอใจในลักษณะไหนถึงได้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ก็อย่างว่า คือว่า ผู้ปกครองไม่มีขีดความสามารถในการปกครอง ต้องอยู่ใต้การปกครอง แต่ประชาชนไม่ยอมให้ปกครอง ก็มีปัญหาอย่างนี้ทุกยุคทุกสมัยมันเป็นแบบนี้มา
-มียุทธวิธีในการดูแลอย่างไรในฐานะที่มีประสบการณ์
ไม่ มียุทธวิธี หรือรูปแบบฉบับ ในเรื่องการเมืองการปกครองที่สำคัญ คือเรื่องการเมือง หรือให้อำนาจกับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด ปกติถ้าอำนาจก็เหมือนของประชาชนเลย อย่าไปแย้งชิงให้มาอยู่นานนัก เอามาเพื่อแก้ไขปัญหาชั่วคราวก็เห็นด้วย เสร็จแล้วก็จะต้องคืนให้เขา ปกติน่าจะใช้เวลาสัก 20-30 วัน ก็คืนให้เขาได้ มันสามารถทำได้ ขี้คร้านเขาจะยกย่องชมเชยเราเสียอีก ฉะนั้นปัจจัยเวลาในเรื่องการคืนอำนาจให้กับประชาชนเป็นเรื่องหลัก ยิ่งขืนอยู่นานจะยิ่งตาย จะไม่มีแผ่นดินอยู่เหมือนกับคนอื่นเขาอีก ก็จะเหมือนกันจะต้องระวังให้ดี นี่เป็นเรื่องของความเป็นจริง มันง่าย ๆ แบบนี้
-มองว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาภายในประเทศ
แน่นอนมันจะไปอยู่ไหนหล่ะ
-เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อมโยงกับภาคใต้หรือไม่
อัน นี้ไม่ใช่ประเทศไทยหรือ หนู เวลาหนูไปไข้ขึ้นมา ทันทีไข้ตัวร้อนจะตายเอา เขาก็จะต้องดูว่าหนูเป็นอะไรก่อนในขณะนี้ ภาคใต้ก็เหมือนแผลอันหนึ่งที่อยู่ในตัวเรา คนก็จะต้องตรงกันก่อน ไม่ใช่ว่าดูตรงนี้อย่างเดียว หมอก็จะต้องตรวจที่อื่นด้วย ใช่หรือเปล่า ถ้าเผื่อว่าคนบอกว่าเอาเขาไปพาดพิงทำไม ก็มันเป็นแบบนี้ ความจริงก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอก แต่จะบอกให้ว่ามาถามกันทำไมเวลานี้ ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าใครทำวันนี้รู้อยู่แล้วนี่ก็บอกว่าให้ไปหาเทปดู
- ความเคลื่อนไหวมีการเชื่อมโยงประเด็นทางการเมืองทำไมถึงคิดว่าเป็นเรื่องการเมือง
ใครพูดยังไม่ได้บอกเลย
- ผบ.ทบ.เป็นคนระบุว่า กลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ทางการเมืองเป็นผู้ก่อเหตุ
ไม่ทราบ ต้องไปถามเขา ยังไม่รู้ว่าเลยว่า การเมืองจะมายุ่ง
-น่าจะเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยเฉพาะพลังคลื่นใต้น้ำ
การเมืองของท่านทั้งหลายหมายความอะไร
- ผู้สูญเสียอำนาจเป็นคนกระทำ
สูญ เสียอำนาจก็จะต้องออกมาต่อต้านธรรมดา แต่วิถีทางในการต่อต้านเขาก็จะต้องมี นึกออกมั้ย เขาต่อต้านไปและเสียมวลชน มหาชนเขาจะทำเหรอ คนที่ทำอะไรโดยไม่คิดถึงผลประโยชน์ของประชาชนอะไรต่าง ๆ มันทำได้อย่างไร มันไม่มีหรอก ฉะนั้นก็ต้องระวังให้ดี ต้องแก้ตัวให้ดีด้วย เพราะมีคนพูดกันอย่างนั้นว่าทำเอง ฉะนั้นจะต้องระวัง ต้องไปดู
วันที่ 4/1/2007
"บิ๊กสุ"วิพากษ์การเมืองปีหมู ฟันธงเลือกตั้งร้อนแรง-หนุน"ทักษิณ"กลับไทย
"วันที่ 28/12/2006"
"บิ๊กสุ"วิพากษ์การเมืองปีหมู ฟันธงเลือกตั้งร้อนแรง-หนุน"ทักษิณ"กลับไทย
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
พิษการเมือง!บินไทยรับผู้โดยสารหาย - ข่าวไทยรัฐออนไลน์

นายปิย สวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า อัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (เคบิน แฟคเตอร์) ของการบินไทยลดลง เช่น กรุงเทพ-ฮ่องกง จากเดิมที่มีเคบินแฟคเตอร์อยู่ที่ 76% ลดลงเหลือ 50% หรือเส้นทางกรุงเทพ - ยุโรปที่ปัจจุบันเที่ยวบินไปมีเคบินแฟคเตอร์อยู่ที่ 90% แต่เที่ยวบินกลับมีเคบินแฟรคเตอร์เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น เนื่องจากได้รับผลกระทบจากจากเหตุการณ์ภูเขาไฟในไอซ์แลนด์ระเบิดจนทำให้สาย การบินต้องหยุดทำการบินไป 2 สัปดาห์ และความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศ จนเป็นเหตุให้หลายประเทศประกาศเตือน และห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินไทยนั้นประมาณ 70% เป็นผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางมาประเทศไทย และอีก 30% ต้องการต่อเครื่องเพื่อเดินทางไปยังประเทศอื่น เมื่อเจอเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้โดยสารไม่ต้องการเดินทางมาไทย ดังนั้นการบินไทยจึงต้องปรับตัวเอง โดยจะต้องขายตั๋วไปจุดหมายปลายทางอื่น นอกเหนือจากกรุงเทพแทน โดยจะปรับกลยุทธ์การขายใหม่ ซึ่งจะเปิดขายตั๋วเส้นทางในจุดหมายปลายทางที่ยาวขึ้น เช่น เส้นทางบินจากยุโรป-กรุงเทพ-บาหลี หรือยุโรป-กรุงเทพ-ภูเก็ต หรือ ยุโรป-กรุงเทพ ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์
“ขณะนี้กำลังพิจารณาว่าจะเปิด เส้นทางบินที่ไหนอย่างไรบ้าง โดยจะต้องเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด ซึ่งแต่เดิมการขายในลักษณะดังกล่าวก็มีบ้างแต่ไม่มาก และหลังจากมีรายละเอียดแล้วจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยที่กล่าวมานั้น การบินไทยจะไม่ปรับประมาณการทางด้านกำไรแต่อย่างใด โดยยังตั้งเป้าไว้เท่าเดิมที่ประมาณ 4,300 ล้านบาท เพราะจนถึงขณะนี้ก็ยังมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้” นายปิยสวัสดิ์ กล่าว
วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
เกษตรลำพูนเสนอรัฐ เพิ่มลำไย ประกันรายได้ - ข่าวไทยรัฐออนไลน์
"12 มกราคม 2553, 14:45 น."
เกษตรกรลำพูน เสนอให้รัฐบาลเพิ่มผลไม้เศรษฐกิจของลำพูนเข้าไปในโครงการประกันรายได้ เกษตรกรอีกชนิดหนึ่ง เพื่อเป็นการช่วยเรื่องตลาดลำไย...
นายกำพล ขันคำกาศ ประธานคณะกรรมการกลุ่มเกษตรกรลำพูน กล่าวว่า จากการศึกษาโครงการประกันรายได้เกษตรกร ตามนโยบายรัฐบาลแล้ว ถือว่าเป็นโครงการที่เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรและเกษตรกรส่วนใหญ่ต่างก็เห็น ด้วย นอกจากพืช 3 ประเภท คือ มันสำปะหลัง ข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แล้ว อยากเสนอให้รัฐบาลเพิ่มผลไม้เศรษฐกิจของลำพูนเข้าไปในโครงการอีกชนิดหนึ่ง เพื่อเป็นการช่วยเรื่องตลาดลำไย
ประธานคณะกรรมการกลุ่มเกษตรกร ลำพูนกล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้มีการประชุมสมาชิกแล้วและกำลังจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเสนอ จังหวัดลำพูนให้ช่วยเหลือแจ้งเรื่องไปส่วนกลาง เพื่อให้ลำไยได้เพิ่มเข้าในโครงการประกันรายได้เกษตรกรด้วย



